27 กันยายน 2562 กรมอุทยานฯ ดัน "นกชนหิน" เป็นสัตว์ป่าสงวน

ที่มา: https://news.thaipbs.or.th/content/284599

กรมอุทยานฯ ประสานหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องป้องกันปราบปรามการล่านกชนหิน สัตว์ป่าคุ้มครอง พร้อมดันสถานภาพเป็นสัตว์ป่าสงวนสู่แผนแม่บทแห่งชาติในการอนุรักษ์และเพิ่มประชากรนกชนหินในธรรมชาติจากกรณีกลุ่มนักอนุรักษ์นกเหงือกกังวัลเกี่ยวเกี่ยวกับการล่านกชนหินในประเทศไทยเพื่อส่งขายต่างประเทศพร้อมเรียกร้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศให้นกชนหิน สัตว์ป่าคุ้มครอง เป็นสัตว์ป่าสงวนของไทยในลำดับที่ 20 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ระบุว่าปัจจุบันปัญหาการล่านกชนหิน แบ่งการล่าเพื่อเอาลูก ซึ่งฤดูกาลทำรังประมาณเดือนธันวาคม-พฤษภาคม และนายพรานล่าเพื่อเอาโหนก โดยปี 2558-2562 มีคดีการกระทำผิดด้านสัตว์ป่า กรณีของนกชนหิน 3 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ 5 คน และยึดนกชนหินที่ยังมีชีวิต 3 ตัว และซาก 1 ตัว สำหรับมาตรการป้องกันในปัจจุบัน กรมอุทยาน ร่วมมือกับมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือกมหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พิไล พูลสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญและกรรมการมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก เป็นหัวหน้าโครงการ ทำวิจัยการทำรังของนกชนหิน เพื่อศึกษาพฤติกรรมสำหรับใช้ในการวางแผนการจัดการ และกรมอุทยานฯสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามแผนการจัดการและเพิ่มการสำรวจลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) เพื่อเฝ้าระวัง พร้อมเพิ่มเครือข่ายเฝ้าระวังด้วยการเปลี่ยนผู้ล่ามาเป็นผู้พิทักษ์โดยจ้างพรานที่เคยล่ามาเป็นทีมงานวิจัย ส่วนมาตรการเชิงรุกได้เสริมสร้างความเข้มแข็งของการจัดการพื้นที่ เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังบริเวณพื้นที่ที่พบนกชนหินอยู่อาศัย หากิน และทำรังโดยการจัดเจ้าหน้าที่สำรวจลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) เพิ่มเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจในการเฝ้าระวังดูแลนกชนหินในพื้นที่ ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานทั้งลักษณะตัว เสียงร้อง ลักษณะรังของนกชนหิน รวมทั้งจัดทำแผนที่การใช้ประโยชน์พื้นที่ของนกชนหินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนการป้องกันและจัดการ สนับสนุนการดำเนินการคณะกรรมการพื้นที่อนุรักษ์ (PAC) เพื่อการจัดการและเฝ้าระวังการลักลอบล่านกชนหิน การบังคับใช้กฎหมาย และการกำหนดนโยบายการจัดการที่ชัดเจน นอกจากนี้กรมอุทยานฯ ได้สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป่าไม้ กรมตำรวจ กรมศุลกากรและหน่วยงานปกครองในการเฝ้าระวัง ปราบปราม และบังคับใช้กฎหมาย บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงดิจิทัลในการติดตามการซื้อขายซากและผลิตภัณฑ์ของนกชนหินเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รวมทั้งปรับสถานภาพนกชนหินจากสัตว์ป่าคุ้มครองเป็นสัตว์ป่าสงวน เพื่อเพิ่มความสำคัญในการกำหนดมาตรการการอนุรักษ์ การสืบสวน สอบสวนทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อให้การตรวจพิสูจน์เป็นไปอย่างมีมาตรฐาน ดทำแผนแม่บทการจัดการนกชนหินแห่งชาติ โดยจัดทำแผนที่เส้นทางการล่า ค้า และศูนย์กลางการกระจายสินค้าผิดกฎหมาย รวมทั้งขอความร่วมมือจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่นั้น ๆ ร่วมติดตามการฟื้นฟูประชากรนกชนหินในพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นถิ่นอาศัย เพิ่มอัตราการรอดตายของลูกนกชนหินในธรรมชาติด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจเฝ้าระวังภัยคุกคามทั้งจากสัตว์ผู้ล่าและมนุษย์, จัดทำรังเทียมในพื้นที่อาศัยของนกชนหินเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรังและเพิ่มประชากรในธรรมชาติ, นำผลงานวิจัยมาวิเคราะห์ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้มาใช้ในการวางแผนการศึกษาแนวทางในการเพิ่มประชากรนกชนหิน, ส่งเสริมการศึกษา การสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชน เผยแพร่ให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกในการรักษาและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติให้กับชุมชนในท้องถิ่น สร้างเครือข่าย รัก(ษ์) นกชนหิน รอบพื้นที่อนุรักษ์ที่พบการกระจายของนกชนหิน และจัดทำหลักสูตรนกชนหินศึกษา เพื่อสร้างความตระหนักให้กับเยาวชนในพื้นที่รอบพื้นที่อนุรักษ์ที่เป็นแหล่งอาศัยของนกชนหิน นอกจากนี้ไทยยังมีเรื่องการอนุวัตตาม CITES กำหนดให้มีการประเมินตนเองด้วยตัวชี้วัด 50 ตัว ครอบคุมด้านบังคับใช้กฎหมาย การดำเนินคดีการสนธิกำลังในและระหว่างประเทศการปรับพฤติกรรมลดการบริโภค การสร้างจิตสำนึกร่วมด้วย ขณะที่องค์กร TRAFFIC สำรวจติดตามและศึกษาเพื่อประเมินและประมาณขนาดของการค้านกชนหิน Rhinoplax vigil รวมถึงชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ของนกเงือกชนิดพันธุ์อื่น ๆ บนช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ หรือเฟซบุ๊กทั้งในกลุ่มเปิดและกลุ่มปิดในประเทศไทย โดยทุกกลุ่มเป็นกลุ่มที่เสนอขายผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าต่าง ๆ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 – เมษายน 2562 มีประเด็นสำคัญ ดังนี้ พบการโพสต์เสนอขายอย่างน้อย 236 โพสต์ ที่เสนอขายชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์จากนกเงือกมากกว่า 546 ชิ้น ใน 32 กลุ่ม จากทั้งหมด 40 กลุ่มที่ทำการสำรวจติดตาม โพสต์ทั้งหมดถูกเสนอขายในช่วงเวลา 64 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2557 ถึงเมษายน 2562 ซึ่งนกชนหิน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 83 จากชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์นกเงือกทั้งหมด แบ่งหมวดหมู่ของชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์จากนกเงือกที่ถูกเสนอขายออกเป็น 8 หมวดใหญ่ ได้แก่ โหนกหัว, จี้ห้อยคอ, แหวน, สร้อยคอ, กำไลข้อมือ, หัวเข็มขัด, นกสตาฟ์ และชิ้นส่วนย่อยอื่นๆ เครื่องประดับที่พบบางส่วน ถูกประดับตกแต่งด้วยชิ้นส่วนของสัตว์ป่าอื่น ๆ รวมไปถึงงาช้าง เขี้ยวเสือ และเล็บเสือ ชิ้นส่วนหัวที่สมบูรณ์ของนกเงือกอีก 8 ชนิดพันธุ์ที่พบทั้งหมดมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ถูกพบในการสำรวจติดตามนี้ด้วย โดยนกกกหรือนกกาฮัง Buceros bicornis มีจำนวนมากที่สุด สำหรับนกชนหิน เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1 และอนุสัญญาไซเตส จัดเอาไว้ในบัญชีที่ 1 ปัจจุบันพบการกระจายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง มีประชากรประมาณ 20 ตัว ในปี 2562 นกชนหินทำรังสำเร็จ 2 โพรง